วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

1.ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ คือ
   DSS เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSS ยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงสิ้นสุดขั้นตอนหรืออาจกล่าวได้ว่า DSS เป็นระบบที่โต้ตอบกันโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาคำตอบที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ดังนั้นระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ จึงประกอบด้วยชุดเครื่องมือ ข้อมูล ตัวแบบ (Model) และทรัพยากรอื่นๆ ที่ผู้ใช้หรือนักวิเคราะห์นำมาใช้ในการประเมินผลและแก้ไขปัญหา ดังนั้นหลักการของDSS จึงเป็นการให้เครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้บริหาร ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีรูปแบบที่ซับซ้อน แต่มีวิธีการปฏิบัติที่ยืดหยุ่น DSS จึงถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่เพียงแต่การตอบสนองในเรื่องความต้องการของข้อมูลเท่านั้น

2.ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ

   มี 2 ประเภท 
      1.GDSS เป็นระบบสารสนเทศชนิดหนึ่ง ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์คอยช่วยเหลือ และให้การสนับสนุน สามารถจัดการกับปัญหากึ่งโครงสร้าง (Semistructured) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งระบบ DSS สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารหรือพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เท่านั้น ไม้ได้ใช้แทนการทำงานของมนุษย์  
      2.EIS  ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง คือ MIS ประเภทพิเศษที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถ ใช้ระบบสารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบสัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกันทำให้ผู้บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง

3.ความแตกต่างของประเภท EIS และ GDSS
   

DSS = เน้นการตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi structured decision making) มีการใช้ข้อมูลข่าวสารจากระบบ MIS และข้อมูลจากภายนอกบางส่วนมาช่วยในการปรับปรุง หรือ กำหนดแผนงานที่จะต้องสนองเป้าหมายหลักขององค์กรให้มากที่สุด เช่น ระบบ Data miming เป็นต้น

EIS = เน้นการตัดสินใจแบบไร้โครงสร้าง (Unstructured decision making) จุดมุ่งหมายของระบบ EIS คือ ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นแนวทาง ความเป็นไปที่เป็นมา และกำลังจะมีแนวโน้มไปทางใด เพื่อให้สามารถกำหนดนโยบาย เป้าหมาย หลักๆ ขององค์กรให้สามารถธำรงองค์กรไว้ได้ แข่งขันกับคู่แข่งขันได้อย่างดี ตัวอย่างเช่นระบบ วางแผนกลยุทธ์ Strategic planning เป็นต้น จะเป็นมาตรการสิ่งที่ได้จากการตัดสินใจของผู้บริหารชั้นสูงที่ใช้สั่งการไปสู่ผู้บริหารระดับกลาง เพื่อปรับแผนงานและกระทบถึงผู้บริหารระดับต้น เพื่อปฏิบัติตามแผนงาน ใหม่ต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทรัพย์สินทางปัญญา

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                              
    1.ความหมายของทรัพย์สินทางปัญญา

      ทรัพย์สินทางปัญญา  หมายถึง สิทธิทางกฎหมายที่ให้เจ้าของสิทธิ หรือ "ผู้ทรงสิทธิ" มีอยู่เหนือสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ทางปัญญาของมนุษย์ โดยอาจแบ่งทรัพย์สินทางปัญญาออกได้ 2 ประเภทหลัก คือ ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมและ ลิขสิทธิ์ สำหรับทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมยังแบ่งออกได้อีก 5 ประเภท ได้แก่ สิทธิบัตร  อนุสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า  ความลับทางการค้า และ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ แบบผังภูมิของวงจรรวม คุ้มครองพันธุ์พืช ภูมิปัญญาท้องถิ่น สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาจัดเป็นคนละสิทธิหรือการเป็นเจ้าของในสิ่งที่เป็นผลผลิตทางทรัพย์สินทางปัญญานั้น เช่น ลิขสิทธิ์ในหนังสือจะไม่ใช่เป็นสิ่งเดียวกันกับความเป็นเจ้าของหนังสือซึ่งจับต้องได้ สิทธิบัตรในเรื่องอิเล็กทรอนิกส์จะแยกต่างหากจากความเป็นเจ้าของเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น เจ้าของหนังสือหรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ จึงมีกรรมสิทธิ์ในการใช้หรือจัดการทรัพย์นั้นตามความประสงค์ แต่ไม่สามารถทำการใด ๆ ซึ่งละเมิดต่อสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของผู้ทรงสิทธิ์นั้น เช่น เจ้าของหนังสือจะไม่สามารถทำหนังสือขึ้นมาจำหน่ายเองโดยปราศจากความยินยอมของเจ้าของลิขสิทธิ์ เนื่องจากสิทธิในการทำซ้ำเป็นสิทธิทางกฎหมายแต่เพียงผู้เดียวของผู้ทรงสิทธิ์นั้น หรือผู้ซื้อซอร์ฟแวร์จะเป็นเจ้าของสินค้านี้เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำซอร์ฟแวร์นั้นขึ้นมาจำหน่ายเอง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิก่อนเท่านั้น
     
      2.ลิขสิทธิ์ หมายถึงอะไร
     ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่ผู้เดียวที่กฎหมายรับรองให้ผู้สร้างสรรค์กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ตนได้ทำขึ้น อันได้แก่ สิทธิที่จะทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำออกโฆษณา ไม่ว่าในรูปลักษณะอย่างใดหรือวิธีใด รวมทั้งอนุญาตให้ผู้อื่นนำงานนั้นไปทำเช่นว่านั้นด้วย

      3.สิทธิบัตร หมายถึงอะไร
     สิทธิบัตร หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้นหรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่มีลักษณะตามที่กำหนดในกฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบว่าด้วยสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง ที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์คิดค้นหรือการออกแบบ เพื่อให้ได้สิ่งของ,เครื่องใช้หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น การประดิษฐ์รถยนต์, โทรทัศน์, คอมพิวเตอร์,โทรศัพท์ หรือการออกแบบขวดบรรจุน้ำดื่ม, ขวดบรรจุน้ำอัดลม หรือการออกแบบลวดลายบนจานข้าว, ถ้วยกาแฟ ไม่ให้เหมือนของคนอื่น

     

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กิจกรรม โครงงานคอมพิวเตอร์

กิจกรรม-โครงงานคอมพิวเตอร์

1.โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร?
   ตอบ โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนสนใจ โดยนักเรียนจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ความรู้ กระบวนการทางวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ

2.โครงงานคอมพิวเตอร์ มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?
   ตอบ  5 ประเภท
     1. โครงงานเพื่อการศึกษา (Educational media)
     2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
     3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)
     4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
     5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)

    
3.ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์  ยกตัวอย่าง  2  โครงงาน
     ตอบ 

โครงงาน ซอฟต์แวร์ uGuide ไกด์ส่วนตัวฉบับพกพา

ปัจจุบัน ห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นิยมไปจับจ่ายซื้อของ พักผ่อน หรือนัดพบกัน ซึ่งห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่นั้นจะมีขนาดใหญ่ ทำให้ลูกค้ามักสับสนเกี่ยวกับที่ตั้งของร้านค้าต่างๆ นอกจากนี้เมื่อทางร้านค้าต้องการการประชาสัมพันธ์ก็มีข้อจำกัดในแง่ของสื่อที่ใช้ประชาสัมพันธ์ เนื่องจากปริมาณของลูกค้า พื้นที่ และค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทใบปลิวที่จะสิ้นเปลืองมาก ดังนั้นเราจึงนำเสนอแนวทางของการประยุกต์โทรศัพท์มือถือให้เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า ทำให้ลูกค้ารับรู้ที่ตั้งของร้านค้า ได้รับข่าวสารของการส่งเสริมการขาย และค้นหาร้านค้าที่สนใจได้ โครงงานนี้เป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์โมไบล์ที่ชื่อว่า “uGuide” ซึ่งประกอบด้วย 3 ฟังก์ชัน ได้แก่ ฟังก์ชัน Promotion สำหรับดึงข้อมูลของรายการส่งเสริมการขายภายในห้างสรรพสินค้าในรูปของข้อความสั้นๆ ฟังก์ชัน Browse สำหรับให้ลูกค้าค้นหาร้านค้าที่สนใจจากใน 12 หมวด และฟังก์ชัน QRCapture ทำหน้าที่แสดงข้อมูลของร้านค้าด้วยการอ่านบาร์โค้ด 2 มิติที่ติดอยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์เช่น นิตยสาร หรือป้ายต่างๆ 

โปรแกรมไบรท์ไซต์ (Bright Sight)

โครงงานไบรท์ไซต์ได้นำเทคโนโลยี 2 อย่างคือ เทคโนโลยีการรู้จำอักขระจากภาพ และเทคโนโลยีการสังเคราะห์เสียงพูดภาษาไทย มารวมกัน เพื่อพัฒนาโปรแกรมที่สามารถอ่านอักขระในภาพสแกนจากหน้าหนังสือหรือเอกสารต่างๆ ออกมาเป็นเสียงพูดภาษาไทยได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเองแก่ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ให้สามารถรับรู้ข้อมูลจากหนังสือที่ต้องการได้ 
นอกจากนี้ โครงงานนี้ยังได้นำเทคโนโลยีการสร้างหนังสือเสียงระบบเดซีมาใช้ เพื่อให้โปรแกรมที่พัฒนาขึ้น สามารถสร้างหนังสือเสียงระบบเดซีที่สามารถอ่านได้โดยโปรแกรมอ่านหนังสือเดซีทั่วไปได้อัตโนมัติ โดยเน้นที่การใช้งานบนโปรแกรมอ่านหนังสือเสียงระบบเดซีภาษาไทย ที่ปัจจุบันใช้ในสถาบันเพื่อผู้บกพร่องทางการมองเห็นในประเทศไทยหลายสถาบัน ซึ่งหนังสือเสียงระบบเดซีนี้มีจุดเด่นเหนือเสียงพูดที่อัดในเทปคาสเซ็ตทั่วไปคือ ผู้ใช้สามารถเลือกข้ามการอ่านไปยังหน้า หรือประโยคที่ต้องการได้ สามารถค้นหาข้อความที่ต้องการในหนังสือเสียง และข้ามไปฟังยังจุดนั้นได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถสร้างที่คั่นหน้า เพื่อกลับมาอ่านเริ่มอ่านจากตำแหน่งเดิมได้

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Web Browser

1. นักเรียนใช้ Internet สำหรับทำอะไร   ให้นักเรียนตอบมา  10 อย่าง
ตอบ   1.หาข้อมูล
           2.แชท
           3.ส่งอีเมล

           4.ฟังเพลง
           5.ดูหนัง
           6.เล่นเกมส์
           7.อ่านบทความ
           8.ดูซีรี่ย์
           9.เล่น facebook
         10.ทำการบ้าน
2. เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) หมายถึงอะไร ?
ตอบ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ


3.ยกตัวอย่างเว็บเบราวเซอร์ มา 4 โปรแกรม  (พร้อมรูปภาพ)
ตอบ   

Internet Explorer

Google Chrome

Mozilla Firefox

Safari


วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

แนะนำตัวเอง

สวัสดีค่ะ
ดิฉันชื่อ นางสาว เบญจวรรณ โสวาปี ม.5/5 เลขที่ 24
ชื่อเล่น ตาล
เกิดวันที่ 7 มิถุนายน 2540

เรียนที่ โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง