วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์
เอดส์ คืออะไร
ในกรณีที่ได้รับเชื้อเอชไอวีแล้ว ร่างกายของเราจะพยายามต่อสู้กับเชื้อนั้น ด้วยการสร้างแอนติบอดีขึ้นมา ดังนั้น การตรวจเลือดคือการหาแอนติบอดีเหล่านั้นในเลือด และถ้าเรามีนั่นก็คือ เราได้รับเชื้อเอชไอวีแล้ว หรือที่เราเรียกว่า มีเลือดบวก (HIV-Positive) ทว่า คนที่สัมผัสเชื้อเอชไอวีก็ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องติดเชื้อเสมอไป ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อ ภมูิต้านทานของผู้สัมผัส และปัจจัยอื่นๆ ที่ยังไม่ทราบชัด การมีเชื้อเอชไอวีในร่างกายนั้น ไม่ใช่การเป็นโรคเอดส์อย่างที่หลายคนเข้าใจ มีบุคคลมากมายที่มีเชื้อเอชไอวีแต่ยังแข็งแรงดี ทว่า เชื้อเหล่านี้จะค่อยๆ เข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของเราให้เหลือน้อยลง จึงส่งผลให้เมื่อเชื้อไวรัส เชื้อรา และแบคทีเรียทั้งหลาย ก็สามารถมาทำให้เราเจ็บป่วยได้ หรือที่เราเรียกว่า เกิดโรคฉวยโอกาศนั่นเอง
"ถ้ารู้เร็ว ก็ดูแลตัวเองได้เร็ว"การตรวจและรักษาอย่างเนิ่นๆ นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดูแลร่างกายและชีวิต ไปตรวจที่คลีนิคนิรนามวันนี้ ตรวจฟรี และไม่ต้องเผยชื่อและตัวตนของคุณ คลีนิคนิรนาม ให้บริการการตรวจหาเชื้อที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานและรวดเร็ว โดยไม่มีการถามชื่อคนไข้แต่อย่างใด
หากยังมีข้อสงสัยเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับ ออรัลเซ็กซ์ เพศสัมพันธ์ หรือเชื้อเอชไอวี... ติดต่อเราผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ 24 ชั่วโมง
ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยเอดส์และผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถชะลอการดำเนินโรคได้ แต่ยังไม่มีหนทางรักษาให้หายขาด ไม่มีวัคซีนป้องกัน ยาต้านไวรัสสามารถลดอัตราการตายและภาวะทุพพลภาพได้ดี แต่ยาเหล่านี้ยังมีราคาแพง ผู้ป่วยในบางประเทศยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ องค์กรสุขภาพต่างๆ เล็งเห็นว่าการรักษาเอดส์ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก จึงให้ความสำคัญกับการควบคุมการระบาดของโรคเอดส์ด้วยการรณรงค์การป้องกันการติดเชื้อผ่านการสนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและการแลกเปลี่ยนเข็มที่ใช้แล้ว เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
ภัยที่เกิดจากอินเตอร์เน็ต
ละครเรื่องนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับภัยอินเตอร์เน็ต การใช้โซเชี่ยวเน็ตเวิร์คต่างๆ ซึ่งปัจจุวันใช้ไปในทางที่ไม่ดี โดยที่พบกันบ่อยคืออันตรายจากการใช้เฟสบุ๊ค ซึ่งบางคนอาจจะเสียการเรียน ถูกล่อลวงไปทำสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ดังนั้นเราควรศึกษาข้อมูลการใช้ เพื่อให้ปลอดภัยต่อตัวเราเองและควรใช้อินเตอร์เน็ตให้ถูกต้อง เหมาะสม
วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตำรวจเปิดเผยว่าแก๊งอาชญากรรมกลุ่มหนึ่ง ปลอมตัวเข้ามาตีสนิทขอเป็นเพื่อนเล่นเกมการพนันทางออนไลน์ จากนั้นก็ขอนัดพบกับเด็กชายวัย 13 ขวบรายนี้และลักพาตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมกับเรียกเงินค่าไถ่จำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ(ราว 15 ล้านบาท)
ปฏิบัติการลักพาตัวเป็นยุทธวิธีที่ใช้กันบ่อยในกลุ่มนักรบและแก๊งอาชญากรรมในปากีสถาน ทว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ล่อลวงเด็กนั้นถือว่าไม่พบเห็นกันบ่อยนัก
สื่อมวลชนท้องถิ่นอ้างคำสัมภาษณ์ของตำรวจท้องถิ่นเผยว่าเด็กชายคนนี้เป็นบุตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสำนักงานศุลกากรของเมือง ขณะที่แก๊งคนร้ายเริ่มติดต่อกับเด็กชายผ่านสังคมออนไลน์เมื่อหลายเดือนก่อน
ตำรวจเผยว่าได้แกะรอยพวกแก๊งลักพาตัวกลุ่มนี้ผ่านบันทึกการใช้โทรศัพท์ และในปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือเด็กชาย ได้สังหารสมาชิกแก๊งนี้ไป 4 ศพ ขณะที่แม่ของเด็กชาย กล่าวทั้งน้ำตาขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองนำกรณีนี้เป็นบทเรียน และขอให้ช่วยกันสอดส่องดูแลเด็กในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วย
ผลกระทบ
ด้านดี
ใช้อินเตอร์เน็ตในการศึกษา หาข้อมูล
ด้านเสีย
หากใช้อินเตอร์เน็ตมากเกินไปอาจทำให้เสียการเรียน และหากไม่มีความรู้ในการใช้อินเตอร์เน็ตเเละสื่อโซเชี่ยลต่างๆจะทำให้มีพูดเสียตามมาเช่น ถูกล่อล่ิวงไปทำสิ่งที่ไม่ดี
วิธีป้องกัน
1.แจ้งทันที... เมื่อท่านพบสิ่งน่าสงสัยว่าเป็นการล่อลวง หากท่านเชื่อว่ามีบุคคลใดที่พยายามกระทำการอันเป็นการล่อลวงท่าน โดยแสร้งแสดงตนในนามของบริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่งหรือองค์กรอื่นในกลุ่มซิตี้กรุ๊ป กรุณาแจ้งทันทีที่เจ้าหน้าที่ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง โทร. 02-788-2788
2.ตั้งรหัสผ่าน (password) หรือ เลขหมายประจำตัวที่ยากต่อการคาดเดา ในการเข้าสู่บัญชีอินเทอร์เน็ตของท่าน การตั้งรหัสไม่ควรเป็นตัวเลขที่ง่ายหรือใกล้ตัวจนเกินไป และควรใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันออกไปในกรณีที่ท่านเปิดบัญชีไว้มากกว่าหนึ่งบัญชี
3.ออกจากเว็บไซต์ที่น่าสงสัยทันที หากท่านสงสัยว่าเว็บไซต์ที่คลิกเข้าไปมีข้อความที่เป็นพิรุธ กรุณาออกจากเว็บไซต์นั้นทันที และไม่ต้อง ปฏิบัติตามคำแนะนำใดๆ ของเว็บไซต์นั้นทั้งสิ้น
4.อย่าตอบกลับอีเมล์ที่ขอให้ท่านเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โปรดตั้งข้อสงสัยไว้เมื่อพบว่า มีอีเมล์จากธุรกิจหรือบุคคลใดที่พยายามให้ท่านเปิดเผยรหัสผ่าน หมายเลขบัญชีหรือข้อมูลใดๆที่เป็นความลับ หรืออีเมล์ใดที่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาเพื่อให้ท่านปรับปรุงข้อมูลหรือยืนยัน ความถูกต้อง
5.เปิดเฉพาะอีเมล์ที่ส่งมาจากบุคคลที่ท่านรู้จัก โปรดให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับการเปิดอีเมล์ที่มีไฟล์แนบ แม้กระทั่งบุคคลที่ท่านรู้จักก็อาจส่งอีเมล์ที่มีไวรัสมาโดยไม่ตั้งใจก็ได้
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
HTML
1.HTML ย่อมาจากอะไร และ หมายถึงอะไร
ตอบ HTML ย่อมาจาก Hyper Text Markup Language คือภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการแสดงผลของเอกสารบน website หรือที่เราเรียกกันว่าเว็บเพจ ถูกพัฒนาและกำหนดมาตรฐานโดยองค์กร World Wide Web Consortium (W3C) และจากการพัฒนาทางด้าน Software ของ Microsoft ทำให้ภาษา HTML เป็นอีกภาษาหนึ่งที่ใช้เขียนโปรแกรมได้ หรือที่เรียกว่า HTML Application
2.รูปแบบของคำสั่ง HTML เป็นอย่่างไร
ตอบ คำสั่ง หรือ Tag เป็นลักษณะเฉพาะของภาษา HTML ใช้ในการระบุรูปแบบคำสั่ง หรือการลงรหัสคำสั่ง HTML ภายในเครื่องหมาย less-than bracket ( < ) และ greater-than bracket ( > ) โดยที่ Tag HTML แบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
Tag เดี่ยว เป็น Tag ที่ไม่ต้องมีการปิดรหัส เช่น <HR>, <BR> เป็นต้น
Tag เปิด/ปิด รูปแบบของ tag นี้จะเป็นแบบ <tag> .... </tag> โดยที่
<tag> เราเรียกว่า tag เปิด
</tag> เราเรียกว่า tag ปิด
3.ตัวอย่างคำสั่ง HTML 10 คำสั่ง
ตอบ <HTML> </HTML>
<TITLE> </TITLE>
<HEAD> </HEAD>
<BODY> </BODY>
<B> </B>
<I> </I>
<U> </U>
<TT> </TT>
<center> </center>
<SUB> </SUB>
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
ตัวอย่างข้อสอบ
ตัวอย่างข้อสอบ
1.อาหารเช้าที่เหมาะกับสุขภาพของผู้มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไปคือข้อใด.
1. ข้าวต้ม ยำกุนเชียง และถั่งลิสงทอด
2. ไข่ดาว เบคอน ขนมปังและโกโร้อน
3. ข้าวต้มปลา กล้วยน้ำว้า และน้ำส้มคั้น
4. ข้าวผัดปู โอวัลตินร้อน และมะละกอสุก
1. ข้าวต้ม ยำกุนเชียง และถั่งลิสงทอด
2. ไข่ดาว เบคอน ขนมปังและโกโร้อน
3. ข้าวต้มปลา กล้วยน้ำว้า และน้ำส้มคั้น
4. ข้าวผัดปู โอวัลตินร้อน และมะละกอสุก
2.การทำพืชออกรากโดยไม่ใช้เมล็ดเป็นหลักการของเรื่องใด.
1. การกลายพันธุ์
2. การขยายพันธุ์
3. ความสมดุลย์ทางชีวภาพ
4. ความหลากหลายทางชีวภาพ
1. การกลายพันธุ์
2. การขยายพันธุ์
3. ความสมดุลย์ทางชีวภาพ
4. ความหลากหลายทางชีวภาพ
3.ข้อดีของสินค้า OTOP คือข้อใด.
1. ทุกตำบลต่างผลิตสินค้าของตนออกมาขาย
2. ไม่มีการระเมิดสิทธิของผู้อื่นในการผลิตสินค้า
3. สร้างงานสร้างรายได้ประเทศไทยเข้มแข็งนำหน้าประเทศอื่น
4. ปรับปรุงเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้เกิดสำนึกหันมาซื้อสินค้าไทยมากขึ้น
1. ทุกตำบลต่างผลิตสินค้าของตนออกมาขาย
2. ไม่มีการระเมิดสิทธิของผู้อื่นในการผลิตสินค้า
3. สร้างงานสร้างรายได้ประเทศไทยเข้มแข็งนำหน้าประเทศอื่น
4. ปรับปรุงเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้เกิดสำนึกหันมาซื้อสินค้าไทยมากขึ้น
4.การออกแบบหน้ายางรถแข่งให้มีลักษณะเรียบไม่มีดอกเพื่อจุดประสงค์ใด.
1. เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับพื้นผิวที่เรียบและแห้ง
2. เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับพื้นผิวที่เรียบและลื่น
3. เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับพื้นผิวที่ขรุะและแห้ง
4. เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับพื้นผิวที่ขรุขระและลื่น
1. เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับพื้นผิวที่เรียบและแห้ง
2. เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับพื้นผิวที่เรียบและลื่น
3. เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับพื้นผิวที่ขรุะและแห้ง
4. เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะกับพื้นผิวที่ขรุขระและลื่น
5.อุปกรณ์ชนิดใดใช้เทคโนโลยีจานแสง(Optical Technology)
1. เครื่องเล่นเทป
2. หน่วยขับซีดีรอม
3. หน่วยความจำแบบแฟลช
4. อุปกรณ์รับเข้าแบบจอสัมผัส
1. เครื่องเล่นเทป
2. หน่วยขับซีดีรอม
3. หน่วยความจำแบบแฟลช
4. อุปกรณ์รับเข้าแบบจอสัมผัส
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558
โครงงานตลาดน้ำ4ภาค
ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำโครงงาน
1.เพื่อเผยแพร่ให้ผู้คนรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวของไทยมากขึ้น
2.เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทยทั้ง 4 ภาค
3.เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย
4.เพื่ออนุรักษ์อาหารและสิ่งของประจำภาคต่างๆของไทย
วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
ตัวอย่างโครงงานจาก vcharkarn.com
ชื่อเว็บ : http://www.vcharkarn.com/project/645
ชื่อโครงงาน : โทรสั่งทันใจ
เนื้อหาสาระสำคัญ : ในสังคมปัจจุบันโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เวลาของเจ้าของบ้านที่จะอยู่ดูแลบ้านนั้นน้อยมาก เพราะว่าต้องทำงานหนักอยู่นอกบ้าน กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เย็นค่ำบางครั้งไม่กลับบ้านเลยก็มี พอถึงวันหยุดก็อาจจะต้องการพักผ่อนที่ต่างจังหวัดทำให้ต้องออกจากบ้านเป็นเวลาข้ามคืน ปัญหาก็คือในขณะที่เจ้าของบ้านนั้นไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่ว่ายังมีภาระที่ต้องทำอยู่ เช่น รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารสัตว์ เปิดไฟหน้าบาน ฯลฯ จะจ้างคนรับใช้ก็อาจจะไม่คุ้ม เพราะเป็นภารกิจเล็กๆ น้อยๆ จึงมีแนวคิดที่ว่าจะสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรซักอย่าง ที่สามารถทำงานแทนเจ้าของบ้านคล้ายๆ เป็นคนรับใช้ได้
ชื่อโครงงาน : โทรสั่งทันใจ
เนื้อหาสาระสำคัญ : ในสังคมปัจจุบันโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เวลาของเจ้าของบ้านที่จะอยู่ดูแลบ้านนั้นน้อยมาก เพราะว่าต้องทำงานหนักอยู่นอกบ้าน กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เย็นค่ำบางครั้งไม่กลับบ้านเลยก็มี พอถึงวันหยุดก็อาจจะต้องการพักผ่อนที่ต่างจังหวัดทำให้ต้องออกจากบ้านเป็นเวลาข้ามคืน ปัญหาก็คือในขณะที่เจ้าของบ้านนั้นไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่ว่ายังมีภาระที่ต้องทำอยู่ เช่น รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารสัตว์ เปิดไฟหน้าบาน ฯลฯ จะจ้างคนรับใช้ก็อาจจะไม่คุ้ม เพราะเป็นภารกิจเล็กๆ น้อยๆ จึงมีแนวคิดที่ว่าจะสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรซักอย่าง ที่สามารถทำงานแทนเจ้าของบ้านคล้ายๆ เป็นคนรับใช้ได้
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ใบงานที่ 4 เรื่อง ขั้นตอนการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์
เรื่อง ขั้นตอนการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์
1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปัญหาที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จากแหล่งต่างๆ กัน ดังนี้
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปัญหาที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จากแหล่งต่างๆ กัน ดังนี้
1. การอ่านค้นคว้าจากหนังสือ
เอกสาร หนังสือพิมพ์ หรือวารสารต่างๆ
2. การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ
3. การฟังบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งการสนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ
4. กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน
5. งานอดิเรกของนักเรียน
6. การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์
2. การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ
3. การฟังบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งการสนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ
4. กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน
5. งานอดิเรกของนักเรียน
6. การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์
ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์
ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
1. ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
2. สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้
3. มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
4. มีเวลาเพียงพอ
5. มีงบประมาณเพียงพอ
6. มีความปลอดภัย
2. สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้
3. มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
4. มีเวลาเพียงพอ
5. มีงบประมาณเพียงพอ
6. มีความปลอดภัย
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาจะต้องได้คำตอบว่า
การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาจะต้องได้คำตอบว่า
1. จะทำ อะไร
2. ทำไมต้องทำ
3. ต้องการให้เกิดอะไร
4. ทำอย่างไร
5. ใช้ทรัพยากรอะไร
6. ทำกับใคร
7. เสนอผลอย่างไร
2. ทำไมต้องทำ
3. ต้องการให้เกิดอะไร
4. ทำอย่างไร
5. ใช้ทรัพยากรอะไร
6. ทำกับใคร
7. เสนอผลอย่างไร
3. องค์ประกอบของเค้าโครงของโครงงาน
รายงาน
|
รายละเอียดที่ต้องระบุ
|
ชื่อโครงงาน
|
ทำอะไร กับใคร เพื่ออะไร
|
ประเภทโครงงาน
|
วิเคราะห์จากลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้
|
ชื่อผู้จัดทำโครงงาน
|
ผู้รับผิดชอบโครงงาน
อาจเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มก็ได้
|
ครูที่ปรึกษาโครงงาน
|
ครู-อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา
และควบคุมการทำโครงงานของนักเรียน
|
ครูที่ปรึกษาร่วม
|
ครู-อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาร่วม
ให้คำแนะนำในการทำโครงงานของนักเรียน
|
ระยะเวลาดำเนินงาน
|
ระยะเวลาการดำเนินงานโครงงาน
ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด กำหนดเป็นวัน หรือ เดือนก็ได้
|
แนวคิด ที่มา และความสำคัญ
|
สภาพปัจจุบันที่เป็นความต้องการและความคาดหวังที่จะเกิดผล
|
วัตถุประสงค์
|
สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั้งในเชิงกระบวนการ
และผลผลิต
|
หลักการและทฤษฎี
|
หลักการและทฤษฎีที่นำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน
|
วิธีดำเนินงาน
|
กิจกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงาน
เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ และผู้รับผิดชอบ
|
ขั้นตอนการปฏิบัติ
|
วัน เวลา และกิจกรรมดำเนินการต่างๆ
ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
|
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
|
สภาพของผลที่ต้องการให้เกิด
ทั้งที่เป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ
|
เอกสารอ้างอิง
|
สื่อเอกสาร
ข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นำมาใช้ในการดำเนินงาน
|
4. การลงมือทำโครงงาน
เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ก็เสมือนว่าการจัดทำโครงงานได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่าครึ่ง ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ดังนี้
เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ก็เสมือนว่าการจัดทำโครงงานได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่าครึ่ง ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ดังนี้
4.1 การเตรียมการ
การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้พร้อมด้วย และควรเตรียมสมุดบันทึกหรือบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับบันทึกการทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างทำโครงงาน ได้แก่ ได้ปฏิบัติอย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปัญหาและแก้ไขได้หรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ
การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้พร้อมด้วย และควรเตรียมสมุดบันทึกหรือบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับบันทึกการทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างทำโครงงาน ได้แก่ ได้ปฏิบัติอย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปัญหาและแก้ไขได้หรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ
4.2 การลงมือพัฒนา
1. ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง
แต่อาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ถ้าพบว่าจะช่วยทำให้ผลงานดีขึ้น
2. จัดระบบการทำงานโดยทำส่วนที่เป็นหลักสำคัญๆ ให้แล้วเสร็จก่อน จึงค่อยทำ ส่วนที่เป็นส่วนประกอบหรือส่วนเสริมเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทำ ให้ตกลงรายละเอียดในการต่อเชื่อมชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย
3. พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึกข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน
2. จัดระบบการทำงานโดยทำส่วนที่เป็นหลักสำคัญๆ ให้แล้วเสร็จก่อน จึงค่อยทำ ส่วนที่เป็นส่วนประกอบหรือส่วนเสริมเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทำ ให้ตกลงรายละเอียดในการต่อเชื่อมชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย
3. พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึกข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน
4.3 การทดสอบผลงานและแก้ไข
การตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เป็นความจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้นทำงานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการ ที่ระบุไว้ในเป้าหมายและทำด้วยประสิทธิภาพสูงด้วย
การตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน เป็นความจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้นทำงานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการ ที่ระบุไว้ในเป้าหมายและทำด้วยประสิทธิภาพสูงด้วย
4.4 การอภิปรายและข้อเสนอแนะ
เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทำสรุปด้วยข้อความที่สั้นกะทัดรัดอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทำโครงงาน และทำการอภิปรายผลด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ พร้อมกับนำ ไปหาความสัมพันธ์กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนำหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้ด้วย
เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทำสรุปด้วยข้อความที่สั้นกะทัดรัดอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทำโครงงาน และทำการอภิปรายผลด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ พร้อมกับนำ ไปหาความสัมพันธ์กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนำหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้ด้วย
4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ
เมื่อทำโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สำคัญ หรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาและหรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้
เมื่อทำโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สำคัญ หรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาและหรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้
5. การเขียนรายงาน
การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด
วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ
เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนรายงานนักเรียนควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน
กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆเหล่านี้
5.1 ส่วนนำ
ส่วนนำ เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานนั้นซึ่งประกอบด้วย
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้ทำโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คำขอบคุณ เป็นคำกล่าวขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงาน ที่มีส่วนช่วยทำให้โครงงานสำเร็จ
5. บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ และผลที่ได้โดยย่อ
ส่วนนำ เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานนั้นซึ่งประกอบด้วย
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้ทำโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คำขอบคุณ เป็นคำกล่าวขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงาน ที่มีส่วนช่วยทำให้โครงงานสำเร็จ
5. บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ และผลที่ได้โดยย่อ
5.2 บทนำ
บทนำเป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของโครงงานซึ่งประกอบด้วย
1. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
2. เป้าหมายของการศึกษาค้นคว้า
3. ขอบเขตของโครงงาน
บทนำเป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของโครงงานซึ่งประกอบด้วย
1. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
2. เป้าหมายของการศึกษาค้นคว้า
3. ขอบเขตของโครงงาน
5.3 หลักการและทฤษฎี
หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน ซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผู้อื่นที่นักเรียนนำมาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย
หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน ซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผู้อื่นที่นักเรียนนำมาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย
5.4 วิธีดำเนินการ
วิธีดำเนินการ อธิบายขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด พร้อมทั้งระบุปัญหาหรืออุปสรรคที่พบพร้อมทั้งวิธีการที่ใช้แก้ไข พร้อมทั้งระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำงาน
วิธีดำเนินการ อธิบายขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด พร้อมทั้งระบุปัญหาหรืออุปสรรคที่พบพร้อมทั้งวิธีการที่ใช้แก้ไข พร้อมทั้งระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำงาน
5.5 ผลการศึกษา
ผลการศึกษา นำเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้ โดยอาจแสดงเป็นตาราง หรือ กราฟ หรือข้อความ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความเข้าใจของผู้อ่านเป็นหลัก
ผลการศึกษา นำเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้ โดยอาจแสดงเป็นตาราง หรือ กราฟ หรือข้อความ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความเข้าใจของผู้อ่านเป็นหลัก
5.6 สรุปผลและข้อเสนอแนะ
สรุปผลและข้อเสนอแนะ อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทำ งาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐานควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนำ ผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทำโครงงาน หรือข้อสังเกตที่สำคัญ หรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้นจากการทำ โครงงานนี้ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขหากจะมีผู้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องทำนองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย
สรุปผลและข้อเสนอแนะ อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทำ งาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐานควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนำ ผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทำโครงงาน หรือข้อสังเกตที่สำคัญ หรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้นจากการทำ โครงงานนี้ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขหากจะมีผู้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องทำนองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย
5.7 ประโยชน์
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน ระบุประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากการพัฒนาโครงงานนั้น และประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนำผลงานของโครงงานไปใช้ด้วย
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน ระบุประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากการพัฒนาโครงงานนั้น และประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนำผลงานของโครงงานไปใช้ด้วย
5.8 บรรณานุกรม
บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสาร หรือเว็บไซด์ต่างๆ ที่ผู้ทำ โครงงานใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการทำ โครงงานนี้การเขียนเอกสารบรรณานุกรมต้องให้ถูกต้องตามหลักการเขียนด้วย
บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสาร หรือเว็บไซด์ต่างๆ ที่ผู้ทำ โครงงานใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการทำ โครงงานนี้การเขียนเอกสารบรรณานุกรมต้องให้ถูกต้องตามหลักการเขียนด้วย
5.9 การจัดทำคู่มือการใช้งาน
หาโครงงานที่นักเรียนจัดทำ เป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา ให้นักเรียนจัดทำคู่มืออธิบายวิธีการใช้ผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่งประกอบด้วย
1. ชื่อผลงาน
2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้ผลงานนั้นได้
3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจะให้ผลงานนั้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์
4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั้นทำ หน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลขาเข้าและส่วนอะไรออกมาเป็นข้อมูลขาออก
5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่าจะต้องกดคำสั่งใด หรือกดปุ่มใด เพื่อให้ผลงานทำงานในฟังก์ชันหนึ่งๆ
หาโครงงานที่นักเรียนจัดทำ เป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา ให้นักเรียนจัดทำคู่มืออธิบายวิธีการใช้ผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่งประกอบด้วย
1. ชื่อผลงาน
2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้ผลงานนั้นได้
3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจะให้ผลงานนั้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์
4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั้นทำ หน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลขาเข้าและส่วนอะไรออกมาเป็นข้อมูลขาออก
5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่าจะต้องกดคำสั่งใด หรือกดปุ่มใด เพื่อให้ผลงานทำงานในฟังก์ชันหนึ่งๆ
6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน
การนำเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทำโครงงาน เพื่อแสดงออกถึงผลิตผลความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีทำให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงผลงานนั้น การเสนอผลงานอาจทำได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน เช่น การแสดงผลงานโดยไม่มีการอธิบายประกอบการรายงานด้วยคำพูดในที่ประชุม การจัดนิทรรศการโดยโปสเตอร์และอธิบายด้วยคำพูด เป็นต้น โดยผลงานที่นำมาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คำอธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน
5. วิธีการดำเนินการที่สำคัญ
6. การสาธิตผลงาน
7. ผลการสังเกตและข้อสรุปสำคัญที่ได้จากการทำโครงงาน
การนำเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทำโครงงาน เพื่อแสดงออกถึงผลิตผลความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีทำให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงผลงานนั้น การเสนอผลงานอาจทำได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน เช่น การแสดงผลงานโดยไม่มีการอธิบายประกอบการรายงานด้วยคำพูดในที่ประชุม การจัดนิทรรศการโดยโปสเตอร์และอธิบายด้วยคำพูด เป็นต้น โดยผลงานที่นำมาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คำอธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน
5. วิธีการดำเนินการที่สำคัญ
6. การสาธิตผลงาน
7. ผลการสังเกตและข้อสรุปสำคัญที่ได้จากการทำโครงงาน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


